|
ร้าน โชคทวีพระเครื่อง
www.chokdee-amulet.99wat.com
0861863484
0861863484
|
|
ให้เช่าวัตถุมงคลและเครื่องรางยอดนิยมทั่วไทย โทร.086 186 3484 ไอดีไลน์ 0861863484 |
|
|
พระกริ่งหน้าไทยสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์ พ.ศ.2482
|
||||||||||||||||
|
||||||||||||||||
![]() ส่งข้อความ
|
||||||||||||||||
ชื่อร้านค้า
|
โชคทวีพระเครื่อง | |||||||||||||||
โดย
|
tanachon | |||||||||||||||
ประเภทพระเครื่อง
|
พระกริ่ง | |||||||||||||||
ชื่อพระ
|
พระกริ่งหน้าไทยสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์ พ.ศ.2482 |
|||||||||||||||
รายละเอียด
|
พระกริ่งหน้าไทย พ.ศ. 2482 จัดเป็นหนึ่งในสุดยอดวัตถุมงคลเนื้อโลหะหล่อโบราณสายวัดสุทัศนเทพวราราม ที่จัดสร้างขึ้นโดย สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสฺสเทวมหาเถระ) ซึ่งเป็นจักรพรรดิแห่งพระกริ่งเมืองไทยที่มีความเข้มขลังและพุทธศิลป์ที่งดงามเป็นเอกลักษณ์ ประวัติการจัดสร้าง มูลเหตุการสร้าง: สืบเนื่องจากต้นปี พ.ศ. 2482 ทางวัดสุทัศน์ฯ ได้จัดสร้าง "พระกริ่งพิมพ์หน้าอินเดีย" ขึ้น ซึ่งมีช่างและบรรดาลูกศิษย์มาช่วยงานกันเป็นจำนวนมาก สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงเห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยและการเสียสละ จึงมีรับสั่งให้ เจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์) นำเนื้อชนวนทองชนวนหล่อพระที่เหลือจำนวนมากมาจัดสร้างพระกริ่งรุ่นนี้ขึ้น เพื่อมอบเป็นรางวัลบำเหน็จให้แก่ทีมช่างและคณะศิษยานุศิษย์ พิธีเททอง: ทำพิธีเททองหล่อโบราณ ณ บริเวณพระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2482 ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 และเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ จำนวนการจัดสร้าง: จัดสร้างขึ้นเพียง 500 องค์ เท่านั้น ทำให้กลายเป็นวัตถุมงคลที่หาชมได้ยากมากในปัจจุบัน ข้อมูลประวัติโดยย่อของพระกริ่งหน้าไทย พ.ศ. 2482 1. ประวัติการสร้าง: พระกริ่งรุ่นนี้สร้างขึ้นสืบเนื่องมาจากการเททองหล่อ พระกริ่งพิมพ์หน้าอินเดีย ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2482 ซึ่งมีลูกศิษย์และช่างมาร่วมแรงช่วยงานเป็นจำนวนมาก 2. วัตถุประสงค์: สมเด็จพระสังฆราช (แพ) จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระกริ่งพิมพ์พิเศษนี้ขึ้นในวันเพ็ญเดือน 12 ปี พ.ศ. 2482 เพื่อประทานเป็นรางวัลและสิ่งตอบแทนแก่คณะกรรมการ ช่าง และศิษยานุศิษย์ที่มาช่วยงานเททองในครั้งนั้ 3. จำนวนการสร้าง: มีบันทึกระบุว่าจัดสร้างขึ้นในจำนวนจำกัดเพียงประมาณ 500 องค์ เท่านั้น 4. ลักษณะพิมพ์ทรง: โครงหน้าขององค์พระจะมีลักษณะอวบอิ่ม ทรงเหลี่ยมตามรูปแบบศิลปะไทย (จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ "หน้าไทย") ประทับนั่งบนฐานบัวคว่ำบัวหงายรอบฐาน เนื้อโลหะผสมหล่อโบราณตามตำรับวัดสุทัศน์ หน้า 1. พระพักตร์และเม็ดพระศก: เค้าพระพักตร์อวบอิ่ม ทรงเหลี่ยม ศิลปะไทย เม็ดพระศก (เม็ดผม) ด้านบนหล่อติดเป็นเม็ดกลมนูน เรียงตัวเป็นระเบียบแต่มีความตื้นลึกไม่เท่ากันตามธรรมชาติงานหล่อโบราณ 2. ซอกแขนและเส้นสังฆาฏิ: ซอกแขนขวาขององค์พระ (ซ้ายมือของเรา) จะมีความลึกและโปร่ง เส้นสังฆาฏิพาดพาดลงมาประทับอยู่เหนือพระหัตถ์ที่ประสานบนพระเพลา (หน้าตัก) 3. ฐานบัวคว่ำบัวหงาย: กลีบบัวรอบฐานมีลักษณะอวบอิ่ม ขอบกลีบบัวแต่ละกลีบจะคมชัด ด้านในกลีบบัวมีร่องรอยความตื้นลึกที่เป็นธรรมชาติ ไม่เรียบตึงจนเกินไป 4. กระแสเนื้อและคราบเบ้า: ผิวพระมีกระแสเหลืองอมเขียว (เนื้อทองผสม) ส่วนที่ถูกสัมผัสจะมีความมันเทศสว่าง ส่วนในซอกลึกซุกซ่อนคราบเบ้าและผิวไฟสีน้ำตาลไหม้และดำ ซึ่งช่วยให้พิจารณาความเก่าได้ง่ายขึ้น หลัง 1. ริ้วจีวรและเส้นสังฆาฏิ: เส้นสายมีความคมลึกเป็นร่องตามธรรมชาติของการถอดพิมพ์ ผิวพระปรากฏรอยพรุน รอยเนื้อเกลิน และคราบเบ้าดินไทย (สีน้ำตาลเข้ม-ดำ) ซุกซ่อนอยู่ตามซอกลึก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพระหล่อโบราณที่ไม่ได้ผ่านการล้างผิว 2. รอยอุดเม็ดกริ่ง (จุดสังเกตสำคัญ): บริเวณสะโพกขวาขององค์พระ (ซ้ายมือของเราเมื่อมองภาพ) จะเห็น รอยคว้านควักเนื้อเพื่อบรรจุเม็ดกริ่ง แล้วทำการอุดด้วยเนื้อโลหะประเภทเดียวกัน จากนั้นช่างจะทำการตะไบตกแต่งจนเรียบเนียนกลมกลืนไปกับผิวองค์พระ 3. กระแสเนื้อโลหะ: รอยตะไบแต่งผิวที่คอและฐานเผยให้เห็นกระแสเนื้อภายในที่เป็นโลหะผสม (เนื้อเหลืองอมเขียว) ผิวภายนอกกลับดำคล้ำตามอายุพระเกือบ 90 ปี ข้างซ้าย 1. มิติความลึกของพิมพ์ทรง: จากมุมนี้จะเห็นความนูนเด่นของพระพักตร์อย่างชัดเจน รวมถึงความลาดเอียงของพระอังสา (ไหล่) และวงพระพาหา (ลำแขน) ที่ทอดลงมามีความสมส่วน ไม่แบนราบ 2. รอยตะเข็บข้างและการตกแต่ง: พระกริ่งรุ่นนี้ใช้วิธีการหล่อแบบโบราณ ในมุมข้างเราจะสังเกตเห็นรอยหุ่นเทียนหรือรอยแต่งตะไบเดิมของช่างเพื่อเก็บความเรียบร้อยบริเวณข้างองค์พระ ซึ่งจะไม่มีลักษณะเป็นเส้นสันตะเข็บคมๆ แบบพระปั๊มโรงงาน 3. คราบเบ้าดินไทยและผิวไฟ: ตามซอกหู (พระกรรณ) ซอกแขน และร่องบัวด้านข้าง ปรากฏคราบเบ้าดินไทยสีน้ำตาลเข้มเกือบดำเกาะติดแน่นอยู่หนาแน่น ผิวโลหะส่วนที่นูนโดนสัมผัสจะเห็นเนื้อในเหลืองอมเขียวสว่าง ส่วนสัดส่วนที่เว้าลึกจะกลับดำสนิท ช่วยให้พิจารณาอายุและความเก่าได้ง่ายขึ้น ข้างขวา 1. พระพักตร์และแนวกรรเจียก: จากมุมนี้จะเห็นความลาดเอียงของพระนาสิก (จมูก) และพระโอษฐ์ (ปาก) ที่ยื่นออกมาพอดี ไม่แบนราบ และเห็นแนวใบหู (พระกรรณ) ด้านขวาที่ทอดยาวลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ 2. ความหนาและทรงองค์พระ: แนวสโลปจากพระอังสา (ไหล่) ลาดลงมาตามลำแขนมีความหนาและอวบอิ่มรับกับสัดส่วนด้านหน้า ด้านหลังองค์พระมีลักษณะแบนตรงตามลักษณะพิมพ์ทรงพระกริ่งหน้าไทย 3. คราบเบ้าและรอยพรุนตามธรรมชาติ: ผิวพระด้านข้างนี้ปรากฏคราบดินเบ้าสีดำเกาะแน่นตามผิวที่เว้าลึก เนื้อโลหะส่วนที่เรียบมีรอยรูพรุนเล็กๆ (ตามรูพรุนของฟองอากาศในขั้นตอนเททองหล่อ) และมีรอยขัดแต่งตะไบเดิมเพื่อลบคมบริเวณขอบข้างและขอบฐาน ใต้ฐาน 1. รอยแต่งตะไบ (ตะไบก้น): ปรากฏรอยตะไบแต่งผิวใต้ฐานเรียบเพื่อลบคมและตกแต่งหลังจากการตัดก้านชนวน สังเกตเห็นเป็นร่องลายเส้นตะไบวิ่งสลับไขว้ไปมาอย่างเป็นธรรมชาติ รอยตะไบมีความเก่า แห้ง ไม่คมกริบแบบรอยตะไบใหม่ 2. รอยก้นถ้วย (แอ่งกระทะ): ลักษณะใต้ฐานมีลักษณะเว้าเป็นแอ่งตื้นๆ เล็กน้อยคล้ายก้นถ้วย ซึ่งเกิดจากการแต่งด้วยตะไบโค้งหรือเครื่องมือขูดแต่งในสมัยก่อน เป็นเอกลักษณ์ที่พบได้บ่อยในพระกริ่งหน้าไทยและหน้าอินเดีย ปี 2482 3. กระแสเนื้อโลหะทองผสม: เมื่อผิวใต้ฐานถูกเปิดออกจากการตะไบขัดแต่ง จะเห็นกระแสเนื้อในเป็น เนื้อเหลืองอมเขียว ชัดเจน ผิวโลหะมีความแห้งสนิท มีรอยคราบความเก่า คราบดินเบ้าสีดำ และสนิมขุมสีน้ำตาลเกาะติดแน่นตามขอบรอบนอก เมื่อพิจารณาครบทุกมิติร่วมกัน ทั้งภาพ ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้างทั้งสองฝั่ง และใต้ฐาน องค์นี้ถือเป็นพระที่มี พิมพ์ทรงถูกต้อง กระแสเนื้อหาโลหะผสมหล่อโบราณ และรอยแต่งตะไบใต้ฐานที่เป็นธรรมชาติ ตรงตามเอกลักษณ์ของพระกริ่งหน้าไทย วัดสุทัศน์ พ.ศ. 2482 สรุปภาพรวม 1. มิติด้านหน้าและศิลปะพิมพ์ทรง 1.1 ใบพระพักตร์อวบอิ่ม: โครงหน้ามีลักษณะเหลี่ยมอวบอิ่มตามลักษณะศิลปะไทยแท้ เม็ดพระศกด้านบนหล่อติดนูนเป็นเม็ดกลมชัดเจน 1.2 รูปทรงล่ำสันสมส่วน: วงแขนหนา ซอกแขนขวามีมิติความลึกที่โปร่งและเป็นธรรมชาติ ประทับนั่งบนฐานบัวคว่ำบัวหงายที่ตัวกลีบบัวมีความนูนเด่นชัดเจน ไม่เรียบแบน 2. มิติด้านหลังและการบรรจุเม็ดกริ่ง 2.1 กระแสเนื้อกลับดำ: ปรากฏคราบเบ้าดินไทยสีน้ำตาลเข้มเกาะแน่นตามซอกริ้วจีวร ผิวส่วนที่สโลปเว้าลึกมีผิวไฟสีดำคล้ำตัดกับเนื้อโลหะส่วนที่นูนหนา 2.2 รอยเจาะอุดกริ่งด้านนอก: พบรอยคว้านเนื้อบริเวณสะโพกขวาเพื่อบรรจุเม็ดกริ่ง แล้วอุดปิดด้วยโลหะชนิดเดียวกัน ก่อนจะทำการขัดแต่งด้วยตะไบจนเรียบเนียนกลมกลืนตามสูตร 3. มิติด้านข้าง (ซ้าย-ขวา) 3.1 มิติความหนา: พระองค์นี้หล่อได้หนา ล่ำ และสมบูรณ์ 3.2 ธรรมชาติรอยขอบข้าง: ปรากฏร่องรอยการเก็บความเรียบร้อยของหุ่นเทียนและการใช้ตะไบลบคมของช่างโบราณ ไม่มีรอยสันตะเข็บคมๆ แบบงานปั๊มสมัยใหม่ 4. มิติใต้ฐาน (ก้นพระ) 4.1 รอยแต่งตะไบก้น: มีร่องลายเส้นตะไบไขว้ไปมาที่เป็นธรรมชาติ มีความแห้งและเก่าตามอายุเกือบ 90 ปี 4.2 ก้นแอ่งกระทะ: ใต้ฐานมีลักษณะเว้าเป็นแอ่งตื้นๆ คล้ายก้นถ้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญที่พบได้บ่อยในพระกริ่งหน้าไทยรุ่นนี้ 4.3 กระแสโลหะผสม: เนื้อในที่ถูกเปิดจากการแต่งตะไบเผยให้เห็นกระแสเนื้อ เหลืองอมเขียว สว่างนวลชัดเจนตามตำรับวัดสุทัศน์ ค่านิยมและการประเมินในตลาดปัจจุบัน พระกริ่งหน้าไทย ปี 2482 ถือเป็นพระที่มีพุทธคุณสูงเด่นด้านทำน้ำพระพุทธมนต์เพื่อรักษาโรคภัย รวมถึงการเสริมอำนาจบารมีและโชคลาภ ค่านิยมในปัจจุบันสำหรับองค์ที่มีความสวยงาม สมบูรณ์ ผิวเดิม และดูง่ายเช่นนี้ มีราคาการเช่าบูชาหมุนเวียนในตลาดพระเครื่องอยู่ที่ประมาณ 200,000 - 360,000 บาท ขึ้นไป |
|||||||||||||||
ราคา
|
โทร.0861863484 | |||||||||||||||
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
|
0861863484 | |||||||||||||||
ID LINE
|
0861863484 | |||||||||||||||
จำนวนการเข้าชม
|
404 ครั้ง | |||||||||||||||
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
|
ธนาคารกรุงไทย / 109151617xx-x
|
|||||||||||||||
|
| ||||||||||||||||