|
ร้าน โชคทวีพระเครื่อง
www.chokdee-amulet.99wat.com
0861863484
0861863484
|
|
ให้เช่าวัตถุมงคลและเครื่องรางยอดนิยมทั่วไทย โทร.086 186 3484 ไอดีไลน์ 0861863484 |
|
|
พระกริ่งปวเรศ วัดบวร พ.ศ.2409 เนื้อนวโลหะกลับดำ (สร้างครั้งที่ 2)
|
||||||||||||||||
|
||||||||||||||||
![]() ส่งข้อความ
|
||||||||||||||||
ชื่อร้านค้า
|
โชคทวีพระเครื่อง | |||||||||||||||
โดย
|
tanachon | |||||||||||||||
ประเภทพระเครื่อง
|
พระกริ่ง | |||||||||||||||
ชื่อพระ
|
พระกริ่งปวเรศ วัดบวร พ.ศ.2409 เนื้อนวโลหะกลับดำ (สร้างครั้งที่ 2) |
|||||||||||||||
รายละเอียด
|
พระกริ่งปวเรศ วัดบวร พ.ศ.2409 เนื้อนวโลหะกลับดำ (สร้างครั้งที่2) จัดสร้างขึ้นในวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2409 โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ใน พระราชพิธีทรงผนวชเป็นสามเณรของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ (พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5) 1.วัตถุประสงค์และประวัติการสร้าง 1.1 วาระสำคัญ: ถวายเป็นพระราชกุศลและเป็นที่ระลึกแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) และเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ณ ขณะนั้น 1.2 ผู้จัดสร้าง: สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ร่วมอธิษฐานจิตโดยพระเถราจารย์ชั้นผู้ใหญ่ในยุคนั้น รวมถึงสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) 1.3 ช่างฝีมือ: ออกแบบและแกะพิมพ์โดยช่างหลวง หรือ ช่างสิบหมู่ 2. พุทธลักษณะและเนื้อหามวลสาร 2.1 พิมพ์ทรง: นิยมเรียกว่า "พิมพ์ทรงผนวช" หรือ "พิมพ์หน้านาง" โดยจำลองพุทธลักษณะจากพระไภษัชยคุรุไวฑูรย์ประภาสพุทธเจ้า (พระปางหมอยา) 2.2 เนื้อโลหะ: เป็น เนื้อสัมฤทธิ์ (บางกระแสเรียกสัมฤทธิ์กลับดำ หรือเนื้อนวโลหะสายวัง) มีส่วนผสมของโลหะมงคลและแผ่นยันต์ตามตำราโบราณ 3. จำนวนการสร้าง: สร้างจำนวน 9 องค์ เพื่อแจกจ่ายในกลุ่มพระบรมวงศานุวงศ์ ค่านิยมและพุทธคุณ 3.1 พุทธคุณ: โดดเด่นด้านการทำน้ำพระพุทธมนต์เพื่อรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ปกป้องคุ้มครองจากภัยอันตราย เมตตามหานิยม และเสริมส่งความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่ราชการ 3.2 สถานะในปัจจุบัน: ถือเป็นจักรพรรดิแห่งพระกริ่งเมืองสยาม ของแท้ดั้งเดิมยุคเก่าหาชมได้ยากยิ่ง มักตกทอดอยู่ในกลุ่มตระกูลเก่าแก่หรือผู้มีวาสนาสูง พระกริ่งปวเรศ วัดบวร พ.ศ.2409 (สร้างครั้งที่ 2) พิมพ์หน้านาง เนื้อนวโลหะกลับดำ หรือสัมฤทธิ์กลับดำ ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดมรดกพุทธศิลป์ชั้นสูงที่มีความงดงามและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง ด้านหน้า 1.พระพักตร์และพิมพ์ทรง: พระพักตร์รูปไข่ยาว (พิมพ์หน้านาง) ลักษณะพระขนง (คิ้ว) โก่งรับกับพระเนตรที่ทอดต่ำคล้ายกำลังทำสมาธิ พระโอษฐ์เป็นกระจับคมชัด เม็ดพระศก (เส้นผม) ได้รูปเป็นระเบียบสมส่วน 2. ท่านั่งและการวางพระหัตถ์: ประทับนั่งขัดสมาธิเพชรบนฐานบัว พระหัตถ์ซ้ายวางบนพระเพลา (ตัก) ในลักษณะหงายมือทรงวัชระหรือหม้อยา (ตามคติพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า) พระหัตถ์ขวาวางพาดที่พระชานุ (เข่า) นิ้วพระหัตถ์เหยียดชี้ลงด้านล่างชิดติดกันอย่างอ่อนช้อย 3. ฐานบัวคว่ำบัวหงาย: กลีบบัวรอบฐานมีความคมชัดและนูนเด่นเป็นธรรมชาติ เม็ดบัวและขอบฐานล่างแสดงถึงงานหล่อดินไทยโบราณที่มีความประณีตสูง 4. เนื้อโลหะและกระแสผิว: ผิวพระมีวรรณะเข้ม ดำนวล และมีความแห้งเก่าตามกาลเวลา คราบบรรจุกริ่งและร่องรอยการหล่อมีความเป็นธรรมชาติ ไม่เรียบตึงจนเกินไป ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญของเนื้อนวโลหะสัมฤทธิ์สายวังในยุคเก่า ด้านหลัง 1. เส้นพระศก (เม็ดผม) ด้านหลัง: เม็ดพระศกหล่อติดเรียงตัวเป็นระเบียบชัดเจนจนถึงท้ายทอย มีความนูนเด่นและกลมมน ไม่แบนราบ 2. ริ้วจีวรและสบง: การไล่ระดับริ้วจีวรด้านหลังพาดเฉียงจากพระอังสา (บ่า) ซ้ายลงมาพับทับกันอย่างอ่อนช้อย ร่องของริ้วจีวรลึกชัดเจนเป็นธรรมชาติ ยืนยันถึงฝีมือระดับช่างหลวงหรือช่างสิบหมู่ในยุคนั้น 3. สัญลักษณ์ตอกโค้ดประจำวาระ: จุดสำคัญที่สุดคือบริเวณฐานด้านหลัง มีแท่นตอกโค้ดสัญลักษณ์ (นิยมเรียกว่าโค้ดรูป "เมล็ดงา" หรือสัญลักษณ์เฉพาะกลุ่ม) ฝังอยู่บริเวณกึ่งกลางฐาน ซึ่งในบางองค์อาจตอกตื้น-ลึกต่างกันตามน้ำหนักมือช่าง แต่เนื้อโลหะและคราบความเก่าบริเวณรอบโค้ดต้องกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน 4. กระแสโลหะและคราบเบ้า: ผิวพระด้านหลังมีความแห้งสนิท มีประกายพรายเงินหรือคราบพรายทองจางๆ ในร่องลึก ผิวไม่เรียบตึงจนเกินไป มีหลุมตื้นๆ เล็กน้อยอันเกิดจากการหดตัวของโลหะ (รอยตามุ้ง) ที่ผ่านกาลเวลากว่าร้อยปี ด้านข้าง 1. ความหนาและทรงมิติ: เมื่อมองจากด้านข้างจะเห็นพุทธลักษณะที่ดูอวบอิ่ม พระอุระ (อก) ผึ่งผาย พระขนอง (หลัง) ลาดเอียงลงมารับกับฐานอย่างได้สัดส่วน ไม่แบนและไม่หนาเทอะทะจนเกินไป 2. แนวซอกพระพาหา (ซอกแขน): ซอกพระพาหาขวาเปิดกว้าง ทอดโค้งลงมาจรดพระชานุ (เข่า) อย่างอ่อนช้อย ร่องระหว่างลำพระองค์กับพระพาหามีความลึกและมีมิติที่เป็นธรรมชาติ 3. เม็ดพระศกและจั่วพระพักตร์: จากมุมนี้จะเห็นความนูนของเม็ดพระศก (มวยผม) ที่เรียงตัวล้อมรอบพระเศียรอย่างชัดเจน และเห็นสันพระนาสิก (จมูก) ที่โด่งคมรับกับหน้าผากตามแบบฉบับพิมพ์หน้านาง 4. ขอบฐานบัวและรอยประกบพิมพ์: บริเวณขอบข้างของฐานบัวคว่ำบัวหงาย แสดงให้เห็นถึงความคมนูนของกลีบบัวด้านข้าง และผิวบริเวณฐานที่มีความเรียบลื่นแต่แฝงความแห้งเก่า ไม่มีรอยตะเข็บประกบที่หนาหรือคมผิดธรรมชาติ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความประณีตในการแต่งพิมพ์ของช่างหลวง ใต้ฐาน 1. แผ่นปิดใต้ฐาน (ฝาอุดกริ่ง): ใต้ฐานถูกปิดด้วยแผ่นทองแดง ซึ่งเชื่อมปิดขอบสนิทกลืนไปกับเนื้อองค์พระเครื่องรอบนอกตามรูปแบบพระหล่อโบราณ 2. รอยลายมือจารอักขระ: มีการเหล็กจารอักขระขอมหรือตัวเลขไทยโบราณแผ่วเบาบริเวณกึ่งกลางฐาน รอยจารมีความคมและพลิ้วไหวตามน้ำหนักมือ ไม่แข็งกระด้าง 3. ความแห้งและคราบอ๊อกไซด์: ผิวโลหะใต้ฐานมีความแห้ง มีคราบความเก่า คราบไคล และรอยสัมผัสจาง ๆ ปรากฏอยู่ทั่วไป ผิวไม่เรียบตึงจนดูใหม่ สะท้อนถึงอายุของโลหะที่ผ่านระยะเวลายาวนาน |
|||||||||||||||
ราคา
|
โชว์ | |||||||||||||||
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
|
0861863484 | |||||||||||||||
ID LINE
|
0861863484 | |||||||||||||||
จำนวนการเข้าชม
|
1,657 ครั้ง | |||||||||||||||
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
|
ธนาคารกรุงไทย / 109151617xx-x
|
|||||||||||||||
|
| ||||||||||||||||