ร้าน โชคทวีพระเครื่อง
www.chokdee-amulet.99wat.com
0861863484
0861863484

ให้เช่าวัตถุมงคลและเครื่องรางยอดนิยมทั่วไทย

โทร.086 186 3484

ไอดีไลน์ 0861863484

 
พระกริ่งหน้าอินเดียสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์ พ.ศ.2482


  ส่งข้อความ

ชื่อร้านค้า
โชคทวีพระเครื่อง
โดย
tanachon
ประเภทพระเครื่อง
พระกริ่ง
ชื่อพระ
พระกริ่งหน้าอินเดียสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์ พ.ศ.2482
รายละเอียด
พระกริ่งหน้าอินเดียสมเด็จพระสังฆราช(แพ) วัดสุทัศน์ พ.ศ.2482 จัดเป็นหนึ่งในสุดยอดพระกริ่งยอดนิยม ที่มีประวัติการสร้างชัดเจนและเปี่ยมด้วยพุทธคุณ โดยทรงประกอบพิธีเททองหล่อเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2482 เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนเป็นขวัญกำลังใจในช่วงที่โลกกำลังตึงเครียดและมีแนวโน้มจะเกิดสงคราม (สงครามอินโดจีน)
ประวัติการจัดสร้าง
ผู้ริเริ่ม: พระอาจารย์แสวง วัดสระเกศ, คุณพระชัยปัญญา (อธิบดีศาลอาญา) และพระราชากร (อธิบดีกรมสรรพากร)
แม่งาน: สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงเป็นประธานพิธี และมอบหมายให้ ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) เป็นผู้ดำเนินงานพิธี
จำนวนการสร้าง: ประมาณ 4,000 – 4,500 องค์
ลักษณะและพิมพ์ทรง
พระกริ่งรุ่นนี้ใช้วิธีการหล่อโบราณแบบ "กริ่งในตัว" (ใส่เม็ดกริ่งไว้ในหุ่นขี้ผึ้งตั้งแต่แรกก่อนเททอง) แบ่งพิมพ์หลักๆ ออกเป็น
1.พิมพ์หน้าใหญ่ (พิมพ์บล็อกนิยม)
2.พิมพ์หน้าเล็ก(นอกจากนี้ยังมี พิมพ์หน้ากลาง หรือพิมพ์ที่นำมาแต่งเก่าเพิ่มเติมตามความชอบของเจ้าของพระในยุคนั้น)
เนื้อหาและกระแสโลหะ
เนื่องจากในพิธีมีการแยกเททองหล่อกันหลายเบ้า ทำให้กระแสเนื้อโลหะผสมมีความแตกต่างกันไป มีทั้ง เนื้อเหลืองอมเขียว, เนื้อเหลืองปนแดง และบางองค์มีผิวออกกระแสคล้ำเข้มขึ้นอยู่กับส่วนผสมของชนวนโลหะในแต่ละเบ้าหลอม
อัตราค่านิยมในปัจจุบัน
ในตลาดพระเครื่อง พระกริ่งหน้าอินเดีย ปี 2482 แท้ตามมาตรฐานสากล มีมูลค่าการเปลี่ยนมือค่อนข้างสูง โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 110,000+ บาท ขึ้นอยู่กับความสวยงาม พิมพ์ทรง และสภาพความสมบูรณ์ขององค์พระ

ด้านหน้า
1. ลักษณะพิมพ์ทรง: พระองค์นี้จัดเป็นพิมพ์หน้าใหญ่ (หรือบางกระแสอาจมองเป็นพิมพ์หน้ากลางแต่งเดิม) สังเกตจากเค้าพระพักตร์ (ใบหน้า) ที่มีความอวบอิ่ม พระเนตร (ตา) กลมโตนูนเด่นชัดเจน และพระโอษฐ์ (ปาก) แย้มยิ้ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เด่นของพุทธศิลป์แบบหน้าอินเดีย
2. หม้อยาและพระหัตถ์: ในอุ้งพระหัตถ์ประคอง "หม้อยา" หรือ "วัชระ" ทรงปลีกล้วยซ้อนเป็นชั้น ๆ ชัดเจน ไม่เบลอหรือล้มล้าง
3. ฐานบัว: ด้านหน้าเป็นฐานบัวคว่ำบัวหงาย เม็ดบัวมีลักษณะเป็นตุ่มกลมรีนูนขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ มีร่องลึกแยกแต่ละกลีบบัวชัดเจน
4. กระแสเนื้อและผิวพระ: องค์นี้เป็นเนื้อโลหะผสมอมเหลืองทอง (กระแสทองเหลือง) มีคราบความเก่า คราบเบ้า และร่องรอยการหล่อโบราณปรากฏตามซอกองค์พระอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงมีสนิมเขียว (Patina) ขึ้นประปรายตามผิวพระ ช่วยให้พิจารณาความเก่าได้ง่ายขึ้น

ด้านหลัง
1. รอยตะไบแต่งพิมพ์: ด้านหลังองค์พระบริเวณสะโพกและฐานบัว มีร่องรอยตะไบหยาบที่เป็นเอกลักษณ์ของการแต่งพระในยุคนั้น (แต่งเก่า) เพื่อเก็บความเรียบร้อยหลังจากการหล่อ รอยตะไบนี้มีฝุ่นและความเก่าซุกซ่อนอยู่ตามร่อง ไม่ใช่รอยตะไบใหม่ที่คมหรือขึ้นเงา
2. เส้นจีวรและริ้วจีวร: เส้นสังฆาฏิและริ้วจีวรด้านหลังทอดตัวลงมาเป็นธรรมชาติ แม้จะได้รับการตกแต่งแต่งเติม แต่ยังคงเห็นเค้าโครงเดิมที่เทหล่ออกมาจากเบ้าอย่างชัดเจน
3. เม็ดพระศก (มวยผม): เม็ดพระศกด้านหลังหล่อออกมาเป็นเม็ดกลมติดเรียงกัน มีคราบความเก่า คราบเบ้าดินไทย และสนิมเขียว (Patina) ฝังแน่นอยู่ในซอกลึก ซึ่งเป็นจุดที่ล้างทำความสะอาดได้ยาก จึงเป็นจุดสำคัญในการดูความแท้และอายุของโลหะ
4. กระแสโลหะและวรรณะผิว: ผิวพระส่วนที่ไม่โดนสัมผัสจะมีคราบเบ้าสีคล้ำอมดำ-เขียวปกคลุม ส่วนผิวที่เปิดออกจากการสัมผัสหรือการแต่งจะเห็นเนื้อในเป็นสีเหลืองอมทองอมเขียว ตามสูตรเนื้อโลหะผสมผสมทองเหลืองของสายวัดสุทัศน์ในยุคสงครามอินโดจีน

ด้านข้างซ้าย
1. รอยประกบและรอยตะไบข้าง: พระกริ่งรุ่นนี้ใช้วิธีเทหล่อโบราณแบบเข้าดินไทย เมื่อแกะดินเบ้าออกมาแล้ว ช่างในยุคนั้นจะใช้ตะไบขัดตกแต่งรอยตะเข็บด้านข้างออก สังเกตจากเส้นประกบช่วงตั้งแต่พระเศียร (ศีรษะ) ลงมาจนถึงฐานบัว จะเห็นรอยแต่งตะไบเป็นปื้นหยาบ ๆ เพื่อลบความคมของรอยประกบ ซึ่งรอยตะไบนี้มีความแห้งเก่า ไม่คมกริบแบบเครื่องมือสมัยใหม่
2. มิติด้านข้างของพระพักตร์: จากมุมนี้จะเห็นความนูนเด่นของพระนาสิก (จมูก) และพระเนตร (ตา) ที่กลมโตเป็นเบ้าชัดเจนตามสไตล์ศิลปะ "หน้าอินเดีย" ซึ่งจุดนี้หากเป็นพระถอดพิมพ์หรือพระฝีมือ มิติมักจะแบนราบและดูตื้นเขินกว่านี้
3. ริ้วจีวรและคราบเบ้าตามซอก: บริเวณท้องแขนและร่องระหว่างริ้วจีวร มีคราบดินเบ้าสีน้ำตาลเข้มอมดำและคราบสนิมเขียวธรรมชาติเกาะติดแน่นอยู่ตามซอกลึกอย่างเป็นธรรมชาติ แสดงถึงอายุความเก่าของเนื้อโลหะผสมที่ผ่านกาลเวลามานานกว่า 80 ปี

ด้านข้างขวา
1. รอยประกบตะเข็บข้าง: ในมุมนี้จะเห็นเส้นตะเข็บประกบจากการเทหล่อโบราณค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงบริเวณข้างพระเศียร (ศีรษะ) และใบหูลงมา ซึ่งช่างในยุคนั้นไม่ได้ตะไบออกจนเรียบเนียนสนิท ทำให้เรายังเห็นแนวประกบพิมพ์เดิมที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการถอดพิมพ์สมัยใหม่
2. รอยตะไบแต่งเก่า: บริเวณซอกแขนและด้านหลังข้อศอก มีรอยตะไบแต่งแต่งพิมพ์เพื่อเก็บความเรียบร้อย รอยตะไบในมุมนี้มีความแห้ง เก่า และมีคราบความเก่าฝังตัวอยู่ในร่องตะไบอย่างกลมกลืน
3. คราบเบ้าและสนิมเขียว (Patina): ผิวพระในฝั่งนี้มีคราบเบ้าดินไทยสีคล้ำและสนิมเขียวปกคลุมค่อนข้างหนาแน่นตามซอกลึก เช่น บริเวณหลังหู ซอกแขน และร่องฐานบัว คราบเหล่านี้เกาะติดแน่นกับผิวโลหะ ไม่ได้เกิดจากการแต่งแต้มสีเคมีขึ้นมาใหม่ ช่วยให้พิจารณาอายุความเก่าได้ง่ายขึ้นมาก

ใต้ฐาน
1. ไม่มีรอยอุดกริ่ง (กริ่งในตัว): จุดสังเกตแรกและสำคัญที่สุดคือผิวใต้ฐานจะเรียบเป็นเนื้อเดียวกันทั้งหมด ไม่มีรอยเจาะอุดเม็ดกริ่งด้วยแผ่นโลหะเหมือนพระกริ่งรุ่นอื่น ๆ เนื่องจากพระกริ่งหน้าอินเดียใช้กรรมวิธีการหล่อแบบ "กริ่งในตัว" (ใส่เม็ดกริ่งไว้ในหุ่นขี้ผึ้งตั้งแต่แรก) ซึ่งใต้ฐานองค์นี้เรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวตรงตามตำราเป๊ะ
2. รอยตะไบแต่งก้นโบราณ: ผิวใต้ฐานปรากฏรอยทางตะไบเป็นเส้นริ้ว ๆ ทแยงไขว้ไปมา ซึ่งเกิดจากการที่ช่างในยุคนั้นใช้ตะไบถูแต่งเพื่อปรับพื้นผิวฐานให้เรียบเสมอกัน รอยตะไบนี้มีลักษณะหยาบและมีความแห้งเก่า ไม่คมลึกหรือลื่นเงาแบบเครื่องมือสมัยใหม่สอดคล้องกับอายุพระ
3. ธรรมชาติของความเก่าและความตึงผิว: ผิวโลหะใต้ฐานมีความแห้ง มีความหมอง และมีร่องรอยการผ่านกาลเวลา รวมถึงพบคราบเบ้าคล้ำ ๆ และสนิมเขียวธรรมชาติ (Patina) ขึ้นจาง ๆ ตามขอบและร่องตะไบ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเก่าแท้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ใช่การแกล้งทำผิว

สรุปจากการพิจารณาครบทุกมิติ (หน้า-หลัง-ซ้าย-ขวา-ใต้ฐาน) พระกริ่งหน้าอินเดีย พ.ศ. 2482 องค์นี้ จัดว่าเป็นพระแท้ตามมาตรฐานสากลที่ดูง่ายมากๆ ครบสูตรทั้งพิมพ์ทรง รอยประกบตะเข็บข้าง รอยตะไบแต่งเก่า และที่สำคัญคือใต้ฐานกริ่งในตัวที่ถูกต้องตามตำรา เหมาะสำหรับนำไปเลี่ยมขึ้นคอบูชาหรือเก็บสะสมเป็นองค์ครูได้อย่างมั่นใจ

ราคา
โทร.0861863484
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
0861863484
ID LINE
0861863484
จำนวนการเข้าชม
829 ครั้ง
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
ธนาคารกรุงไทย / 109151617xx-x