ร้าน โชคทวีพระเครื่อง
www.chokdee-amulet.99wat.com
0861863484
0861863484

ให้เช่าวัตถุมงคลและเครื่องรางยอดนิยมทั่วไทย

โทร.086 186 3484

ไอดีไลน์ 0861863484

 
พระกริ่งพัชรีตีอ๋องประเทศจีน พิมพ์ใหญ่หน้าหนุ่ม สมัยราชวงศ์ถัง พ.ศ.1349 - พ.ศ.1369


  ส่งข้อความ

ชื่อร้านค้า
โชคทวีพระเครื่อง
โดย
tanachon
ประเภทพระเครื่อง
พระกริ่ง
ชื่อพระ
พระกริ่งพัชรีตีอ๋องประเทศจีน พิมพ์ใหญ่หน้าหนุ่ม สมัยราชวงศ์ถัง พ.ศ.1349 - พ.ศ.1369
รายละเอียด
พระกริ่งพัชรีตีอ๋องประเทศจีน พิมพ์ใหญ่หน้าหนุ่ม สมัยราชวงศ์ถัง พ.ศ.1349 - พ.ศ.1369
พระกริ่งพัชรีตีอ๋อง (หรือเรียกอีกชื่อว่า พระกริ่งทีอ๋อง หรือภาษาจีนคือ “เฑาะทะลีทีอ๋อง”) จัดเป็นหนึ่งในสุดยอด “พระกริ่งนอก” ยุคต้น ที่มีความเก่าแก่และหาได้ยากยิ่งในวงการพระเครื่องไทย โดยในวงการระบุว่าสร้างขึ้นในประเทศจีนช่วง สมัยราชวงศ์ถัง ประมาณปี พ.ศ.1349 - พ.ศ.1369 (หรือบางข้อมูลระบุช่วงปีใกล้เคียงกันคือ พ.ศ.1349 - พ.ศ.1363) ซึ่งมีอายุเก่าแก่ยาวนานกว่าพันปี
1. ประวัติและผู้สร้าง: ตามตำนานและความเชื่อในวงการพระเครื่องระบุว่า พระกริ่งพิมพ์นี้สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิหรือกษัตริย์จีนในสมัยราชวงศ์ถัง (ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าถังเสวียนจง หรือถังเหี่ยนจง) เพื่อทรงพกพาติดพระองค์ในการป้องกันภยันตรายและสร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชาในการฉลองสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ
2. พุทธลักษณะและศิลปะ: มีการจำลองพุทธลักษณะและสกุลช่างมาจากพระพุทธรูปโบราณที่ ถ้ำประติมากรรมวัดหลงเหมิน (หลงเมนยี่) ใกล้นครลั่วหยาง เอกลักษณ์คือเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องแบบนักบวชจีน ถือ “เจดีย์เก้าชั้น” ไว้ในพระหัตถ์ ซึ่งสะท้อนศิลปะชั้นสูงในยุคราชวงศ์ถัง และจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีพระกริ่งนอกที่เรียกว่าชุด "เทียมตึ้งโงโจ้ว" (ห้าพระศาสดาแห่งโลกธาตุ)
3. เนื้อหามวลสาร: สร้างด้วย เนื้อสัมฤทธิ์ทอง หรือมักเรียกว่า "เนื้อทองม้าฬ่อแก่ทองคำ" หรือ "ทองดอกบวบ" ผิวพระที่ผ่านกาลเวลามานานจะมีลักษณะที่เรียกว่า "เนื้อโลหะกินตัว" เกิดความย่น ยุบตัว มีคราบไข คราบสนิมเขียวและสนิมแดงตามธรรมชาติอย่างเด่นชัด
4. การไม่มีเม็ดกริ่ง: เป็นพระกริ่งนอกอีกพิมพ์หนึ่งที่มีความพิเศษคือ ไม่ได้มีการบรรจุเม็ดกริ่งไว้ภายใน (เช่นเดียวกับพระกริ่งหนองแส) แต่ก็ยังคงถูกจัดให้อยู่ในตระกูลพระกริ่ง
5. การเข้ามาในไทย: พ่อค้าชาวจีนได้นำพระกริ่งพิมพ์นี้เข้ามาเผยแพร่ในผืนแผ่นดินไทยตั้งแต่ช่วง สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และถือเป็นพระกริ่งนอกองค์แรก ๆ ที่เข้าสู่ประเทศไทย มีหมุนเวียนในวงการพระเครื่องไทยน้อยมาก คาดว่ามีไม่เกิน 10–20 องค์เท่านั้น
6. พุทธคุณ: เชื่อกันว่าโดดเด่นในด้าน มหาอำนาจ เจริญด้วยลาภ ยศ สักการะ ป้องกันภูตผีปีศาจและสิ่งอัปมงคล รวมถึงนิยมนำมาทำน้ำมนต์เพื่อปัดเป่าทุกข์โศกโรคภัยไข้เจ็บ

ด้านหน้า
1. ลักษณะพระพักตร์และใบหน้า: พระพักตร์จะดูอวบอิ่มและมีความเป็นหนุ่มมากกว่าองค์แรก ใบหูยาวลงมาเกือบจรดพระอังสา (ไหล่) จุดเด่นคือไม่มีเส้นหนวดเครายาวทิ้งตัวลงมาที่คางเหมือนพิมพ์หน้าแก่ แต่จะปรากฏแนวพระมัสสุ (หนวด) เหนือริมพระโอษฐ์เล็กน้อย ตาและคิ้วมีความเป็นศิลปะจีนโบราณที่ชัดเจน
2. การถือเจดีย์โบราณ: ในพระหัตถ์ซ้ายปรากฏการจำลอง "เจดีย์โบราณ" (หรือถ้ำประติมากรรมจำลอง) ตั้งเด่นอยู่ตรงช่วงพระอุระ (หน้าอก) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของพระพิมพ์นี้ตามตำนานที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง
3. ลวดลายจีวรด้านหน้า: บริเวณพระอังสาซ้ายพาดลงมา ปรากฏลวดลายการแกะลายเส้นบนจีวรเป็นแนวทแยงไขว้สลับกันอย่างประณีต ลายคมชัดและลึก
4. ฐานบัวจีน: ฐานด้านล่างสุดหล่อเป็น ลายวงหมอนหรือลายเมฆจีนโบราณสองชั้น เรียงซ้อนสลับเป็นระเบียบอย่างสวยงาม ฐานมีความหนาและล่ำสันสมกับชื่อพิมพ์ใหญ่
5. กระแสเนื้อโลหะ: องค์นี้มีกระแสเนื้อสัมฤทธิ์ค่อนข้างเข้ม (แก่ทองม้าฬ่อหรือออกกระแสเข้มเขียวดำ) ผิวพระมีความหนุบหนับ ซอกลึกปรากฏคราบไข คราบความเก่า และรอยยุบตัวตามธรรมชาติของงานหล่อโบราณ
พิมพ์ใหญ่หน้าหนุ่มนี้เป็นพิมพ์ที่หาได้ยากและมีค่านิยมสูงมากในวงการพระกริ่งนอก

ด้านหลัง
1. ลวดลายจีวรและสังฆาฏิแบบลายเรขาคณิตสลับทแยง: แตกต่างจากองค์พิมพ์หน้าแก่ที่เป็นลายเหลี่ยมมุมแบบกนกจีนหรือลายไพ่ป๊อกอย่างชัดเจน ในพิมพ์ใหญ่องค์นี้จะหล่อเป็น แนวเส้นตรงและเส้นทแยงไขว้สลับกันเป็นบล็อกเหลี่ยม ทั่วทั้งบริเวณแผ่นหลังและผ้าสังฆาฏิ ร่องลายมีความลึกและคมขลิบตามแบบฉบับงานช่างหลวงโบราณ
2. เม็ดพระศกและมวยผมด้านหลัง: เม็ดพระศกด้านหลังหล่อเป็นเม็ดนูนกลมขนาดใหญ่ค่อนข้างชัดเจน เรียงรายซ้อนกันขึ้นไปถึงส่วนเกศ ด้านข้างเห็นรอยหยักของใบหูที่ยาวลงมาขนานกับลำคอ
3. ลักษณะฐานด้านหลัง: ฐานรองประทับด้านหลังมีลักษณะเป็น ฐานเรียบตันหนา ทรงแท่งสี่เหลี่ยมโค้งมน ผิวมีความลาดเอียงตามธรรมชาติ แตกต่างจากฐานด้านหน้าที่มีลายเมฆจีนสองชั้นชัดเจน
4. กระแสเนื้อสัมฤทธิ์และคราบความเก่า: ผิวเนื้อสัมฤทธิ์แก่ทองม้าฬ่อด้านหลังโชว์ความแห้งและมีความ "หนุบหนับ" ตามซอกลึกมีคราบไข คราบฝุ่นโบราณ และสนิมขุมสีน้ำตาลเข้มเกาะติดแน่น ยิ่งช่วยเสริมให้เห็นมิติของความเก่าได้เป็นอย่างดี

ด้านข้างซ้าย
1. รายละเอียดใบหูและเม็ดพระศก: จากมุมข้างจะเห็นใบหู (พระกรรณ) ที่หล่อเป็นแท่งยาวหนาลงมาเด่นชัด และเห็นความนูนเด่นของมวยผม เม็ดพระศก รวมถึงเกศด้านบนสุดที่เรียงตัวเป็นชั้นคมชัด
2. มิติของลายจีวรและตะเข็บข้าง: บริเวณต้นแขนซ้ายและตามลำตัวฝั่งนี้ ปรากฏแนวลวดลายจีวรที่พาดผ่านลึกลงไปในเนื้อโอบล้อมไปจนถึงแผ่นหลัง ผิวมีรอยขรุขระ คลื่นโลหะ และรอยแต่งขอบข้างตามธรรมชาติของพระเทหล่อโบราณแบบเข้าเบ้าทุบ
3. ความลึกของฐานบัวจีน: ฐานด้านล่างสุดโชว์ความนูนของลายเมฆจีนสองชั้นอย่างมีมิติ ยื่นล้ำออกมาจากแนวฐานเรียบหนาด้านหลังอย่างชัดเจน

ด้านข้างขวา
1. มิติใบหน้าและเครื่องทรงแนวข้าง: จากมุมนี้จะเห็นความนูนของพระนลาฏ (หน้าผาก) พระนาสิก (จมูก) และพระโอษฐ์ (ปาก) ยื่นรับกันอย่างชัดเจนตามลักษณะศิลปะประติมากรรมจีนโบราณ ใบหูฝั่งนี้หล่อหนายาวขนานลงมาจรดบ่า และเห็นความโค้งมนของมวยผมด้านบน
2. การทอดแขนและพระหัตถ์: แขนขวาทอดโค้งมนลงมาจากไหล่ค่อนข้างยาวและเรียวหนา โดยส่วนพระหัตถ์จะวางคว่ำประทับอยู่บริเวณเข่าขวาเหนือฐานบัวอย่างมั่นคง
3. ริ้วจีวรและพื้นผิวฝั่งขวา: ที่บริเวณหน้าตักและช่วงขาฝั่งนี้ ปรากฏแนวริ้วจีวรหล่อเป็นเส้นนูนโค้งตามสัดส่วน ผิวโลหะสัมฤทธิ์มีรอยยุบแยก รอยขรุขระ คลื่นจากการระบายความร้อนของโลหะในเบ้า และรอยพรุนเข็มธรรมชาติ
4. ฐานบัวจีน: ด้านล่างสุดเห็นมิติของลายเมฆจีนสองชั้นซ้อนสลับเอียงลาดเทลงมาทางด้านหลัง ซึ่งรับน้ำหนักองค์พระได้สมดุล

ใต้ฐาน
1. ก้นกลวงบรรจุดินเบ้าโบราณเนื้อละเอียดเข้ม: ใต้ฐานหล่อเป็น แอ่งก้นกลวง และปรากฏ ดินเบ้าโบราณ (ดินหุ่น) บรรจุอยู่เต็มพื้นที่แน่นหนา เนื้อดินขององค์นี้มีลักษณะละเอียด มีความแห้งผาก ขรุขระเป็นรูกระเปาะเล็กๆ สีของดินออกโทนน้ำตาลเข้มอมเทาดำ ซึ่งเกิดจากการถูกความร้อนแผดเผาอย่างหนักหน่วงในขบวนการหล่อหลอมโลหะพันกว่าปีก่อน
2. ขอบผนังโลหะและรอยแต่งตะไบโบราณ: ขอบเนื้อโลหะสัมฤทธิ์รอบๆ มีความหนา-บางไม่เท่ากันอย่างเป็นธรรมชาติ ปรากฏ รอยครูดและรอยแต่งตะไบโบราณ บริเวณเนื้อโลหะขอบฐาน (โดยเฉพาะช่วงล่างของภาพ) ซึ่งเป็นการตกแต่งขอบและรอยตัดก้านชนวนหลังจากถอดจากแม่พิมพ์ ผิวสัมผัสมีความเก่า หม่น ซีด ไม่ขึ้นเงาคมกริบแบบเครื่องมือสมัยใหม่
3. ไม่มีการอุดเม็ดกริ่ง: สอดคล้องกับคุณลักษณะเฉพาะของพระกริ่งนอกพัชรีตีอ๋องที่เป็น พระกริ่งก้นกลวงไม่มีการบรรจุเม็ดกริ่งไว้ภายใน จึงไม่มีแผ่นทองเหลืองหรือฝาปิดอุดกริ่งให้เห็น
เมื่อพิจารณาครบทุกมิติ (หน้า, หลัง, ซ้าย, ขวา, และใต้ฐาน) พระกริ่งพัชรีตีอ๋อง พิมพ์ใหญ่องค์นี้ มีความสมบูรณ์และถูกต้องตามตำราพระกริ่งนอกเนื้อสัมฤทธิ์หล่อโบราณอย่างครบถ้วน

สรุปภาพรวมพระกริ่งพัชรีตีอ๋อง พิมพ์หน้าหนุ่ม (พิมพ์ใหญ่) สมัยราชวงศ์ถัง (พ.ศ. 1349 - พ.ศ. 1369)
จากการพิจารณารายละเอียดทางพุทธศิลป์และร่องรอยการผลิตครบทั้ง 5 มิติ (หน้า, หลัง, ซ้าย, ขวา และใต้ฐาน) พระกริ่งพัชรีตีอ๋อง พิมพ์ใหญ่องค์นี้ แสดงอัตลักษณ์สำคัญของ "พระกริ่งนอก" ยุคต้น ที่มีความสมบูรณ์ตามตำรา ดังนี้
1. พุทธลักษณะและศิลปะโบราณ (Iconography)
1.1 ด้านหน้า: พระพักตร์ (ใบหน้า) มีความอวบอิ่ม ดูเยาว์วัยกว่าพิมพ์หน้าแก่ จึงเรียกว่า พิมพ์หน้าหนุ่ม ใบหูหนายาวจรดบ่า ไม่มีเส้นหนวดเครายาวทิ้งตัวลงมาที่คาง แต่มีแนวหนวดเหนือริมพระโอษฐ์เล็กน้อย ในพระหัตถ์ซ้ายถือ "เจดีย์จำลอง" ตั้งเด่นชัดเจน ประทับบนฐานบัวลายเมฆจีนม้วนซ้อนกันสองชั้นดูอวบอิ่มล่ำสัน
1.2 ด้านหลัง: ปรากฏริ้วจีวรและผ้าสังฆาฏิหล่อเป็น แนวเส้นตรงและเส้นทแยงไขว้สลับกันเป็นบล็อกเหลี่ยมเรขาคณิต อย่างประณีต เม็ดพระศกด้านหลังเป็นเม็ดนูนกลมขนาดใหญ่เรียงตัวขึ้นไปถึงยอดเกศ ส่วนฐานด้านหลังเป็นแท่งสี่เหลี่ยมเรียบหนา
1.3 ด้านข้าง: แสดงมิติองค์พระที่มีความหนาและล่ำสัน ช่วงพระพักตร์ยื่นล้ำออกมาข้างหน้าตามสไตล์ศิลปะถ้ำหลงเหมิน ปรากฏริ้วจีวรโอบล้อมรอบลำตัว และมีผิวขรุขระเป็นคลื่นโลหะตามธรรมชาติ
2. กรรมวิธีการสร้างและลักษณะใต้ฐาน (Craftsmanship & Base)
2.1 ก้นกลวงตามตำรา: องค์พระหล่อด้วยวิธีโบราณแบบเข้าเบ้าทุบ ปรากฏเป็น แอ่งก้นกลวง ไม่มีแผ่นโลหะปิด และไม่มีการบรรจุเม็ดกริ่งด้านใน ซึ่งถูกต้องตามลักษณะเฉพาะของพระกริ่งนอกพิมพ์นี้
2.2 ดินเบ้าโบราณเนื้อเข้ม: ภายในแอ่งก้นกลวงบรรจุด้วย ดินหุ่นหรือดินเบ้าโบราณ สีน้ำตาลเข้มอมเทาดำ เนื้อดินมีความแห้งผาก ขรุขระ และปรากฏรูกระเปาะเล็ก ๆ จากการโดนความร้อนแผดเผาในการหล่อหลอมโลหะพันกว่าปี
2.3 รอยแต่งตะไบโบราณ: บริเวณขอบผนังโลหะใต้ฐานมีความหนาบางไม่เท่ากัน และปรากฏรอยครูด รอยแต่งตะไบโบราณในการเก็บความเรียบร้อยรอบขอบฐาน ผิวเนื้อโลหะตรงรอยตะไบมีความเก่าหม่นซีด ไม่คมกริบแบบเครื่องมือสมัยใหม่
3. เนื้อหามวลสารและรอยกาลเวลา (Material & Aging)
องค์พระหล่อด้วย เนื้อโลหะสัมฤทธิ์แก่ทองม้าฬ่อ กระแสเนื้อโลหะออกเข้มเขียวดำ ผิวพระมีความหนุบหนับ ซอกลึกฝังแน่นด้วยคราบไข คราบฝุ่นโบราณ และรอยยุบแยกพรุนเข็มธรรมชาติจากการระบายอากาศของโลหะ

บทสรุปการพิจารณา
พระกริ่งพัชรีตีอ๋อง พิมพ์หน้าหนุ่ม (ใหญ่) องค์นี้ มีจุดชี้ขาดสำคัญอยู่ที่ ลวดลายเรขาคณิตแนวทแยงด้านหลัง ความคมชัดของพิมพ์ทรงเจดีย์ด้านหน้า และเนื้อดินเบ้าโบราณสีเข้มแห้งผากใต้ฐาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันกรรมวิธีการเทหล่อพุทธศิลป์จีนโบราณในยุคราชวงศ์ถังได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

ราคา
โชว์
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
0861863484
ID LINE
0861863484
จำนวนการเข้าชม
253 ครั้ง
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
ธนาคารกรุงไทย / 109151617xx-x